Whitelist / Blacklist (Site Targeting)
Whitelist อนุญาตให้โฆษณาแสดงเฉพาะบนเว็บไซต์ผู้เผยแพร่ที่เลือกไว้ ส่วน Blacklist จะบล็อกเว็บไซต์เฉพาะเจาะจง ทั้งสองอย่างเป็นตัวควบคุมหลักในการกำหนดเป้าหมายเว็บไซต์สำหรับแคมเปญ Native

Whitelist / Blacklist เป็นคู่ของตัวควบคุมการกำหนดเป้าหมายเว็บไซต์ที่ช่วยให้ผู้โฆษณาตัดสินใจได้ว่าแคมเปญจะสามารถแสดงบนเว็บไซต์ผู้เผยแพร่ใดได้บ้าง Whitelist จำกัดการส่งโฆษณาไปยังชุดเว็บไซต์ที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น ส่วน Blacklist (หรือ block list) จะยกเว้นเว็บไซต์เฉพาะเจาะจงออกไป ในขณะที่อนุญาตให้แสดงบนเว็บไซต์อื่นๆ ทั้งสองอย่างทำงานในระดับ publisher / site ID
วิธีการทำงาน โดยทั่วไปแล้วแคมเปญ Native จะเริ่มต้นแบบกว้างๆ โดยแสดงโฆษณาในหลายๆ ad placement เพื่อรวบรวมข้อมูล เมื่อมีจำนวนการแสดงผลสะสมเพียงพอ ผู้ซื้อสื่อจะทบทวนประสิทธิภาพตามเว็บไซต์: เว็บไซต์ที่แปลงผลได้อย่างคุ้มทุนจะถูกเพิ่มเข้าใน Whitelist (หรือเพิ่มราคาประมูล) และเว็บไซต์ที่ใช้งบประมาณโดยไม่มีการแปลงผลจะถูกเพิ่มเข้าใน Blacklist เมื่อเวลาผ่านไป แคมเปญจะค่อยๆ โฟกัสไปยังรายการพื้นที่โฆษณาที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
เหตุผลที่สำคัญ ในระบบ Native Supply แบบเปิด เว็บไซต์เพียงส่วนเล็กๆ มักจะเป็นตัวขับเคลื่อนการแปลงผลที่คุ้มทุนส่วนใหญ่ ในขณะที่เว็บไซต์ส่วนหางยาวจะเผาผลาญงบประมาณ การใช้ Whitelist และ Blacklist อย่างมีวินัยเป็นหนึ่งในนิสัยการปรับแต่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใน media buying เนื่องจากช่วยรวมงบประมาณไปยังจุดที่ได้ผล และยังเป็นเครื่องมือ brand safety ที่ช่วยป้องกันไม่ให้โฆษณาไปปรากฏบนหน้าคุณภาพต่ำหรือไม่ตรงกับแบรนด์ การใช้ Competitive Intelligence เร่งกระบวนการนี้ได้: ด้วยการจับข้อมูลว่าเว็บไซต์ใดที่คู่แข่งแสดงโฆษณาอย่างต่อเนื่อง คุณสามารถเริ่มต้น Whitelist ด้วยพื้นที่โฆษณาที่ได้รับการพิสูจน์แล้วได้ทันที แทนที่จะต้องค้นพบด้วยวิธีที่ช้าและมีค่าใช้จ่ายสูง




